กรุณา Login เพื่อเข้าสู่ระบบ
   
หัวข้อ : KTC World Travel Review : Happy Family Trip With KTC Campaign In Hongkong
 
kikirin
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 20:14:20 "QUOTE"

 KTC World Travel Review : Happy Family Trip With KTC  Campaign In Hongkong


จุดเริ่มต้นในการเดินทางในครั้งนี้เกิดจากการได้รับรางวัลจากการใช้บัตร KTC ตามแคมเปญ “เคทีซี จีโอ โก มัลดีฟส์ และฮ่องกง” ค่ะ 


click picture for full size



เราได้เป็น 1 ผู้โชคดีได้รับรางวัล ซึ่งรางวัลที่ได้รับประกอบด้วย

1.ตั๋วเครื่องบิน Cathay Pacific ไปกลับกรุงเทพฯ- ฮ่องกง 2 ที่นั่ง

2.Voucherโรงแรม Best Western Grand Hotel 2 คืน

3. ตั๋วรถไฟ Airport Express ไปกลับ สนามบินฮ่องกง- สถานีเกาลูน

ทาง KTC ได้ติดต่อมาในเดือนธันวาคม 2558 ซึ่งทางเราได้เลือกเดินทางในเดือนมกราคม 2559 และได้ติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับฮ่องกงเพิ่มสำหรับลูกชายวัย 5 ขวบ โดยจ่ายเงินเพิ่ม 5,120 บาท

เมื่อระบุวันเดินทางเรียบร้อย ก็เวลาทำการบ้านเตรียมแผนการท่องเที่ยว เนื่องจากเราอยู่เชียงใหม่ทำให้ต้องหาตั๋วเครื่องบินจากเชียงใหม่ไปกทม.เพิ่มเติม

สรุปค่าใช้จ่ายและตั๋วที่เตรียมก่อนไป

1.               CNX-DMK 3,075฿

23/1/59 ThaiLionAir Flight : SL8523 Time: 10.15-11.45

2.               BKK-CNX 3,795฿

26/1/59 ThaiAirways Flight: TG122  Time: 22.05-23.15

3.               BKK-HKG + HKG-BKK  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1,500+  ตั๋วเด็ก 5,120฿

24/1/59 Cathay Flight:CX616   Time: 6.30-10.00

26/1/59 Cathay Flight:CX701   Time: 16.10-18.10

4.               Hotel : Best Western Grand Hotel – Voucher จาก KTC

24-26/1/59 (2 nights for standard – 1 queen bed) 

5.               Airport Express – ซื้อเพิ่มจาก wow-hk 1 ใบ 560 ฿ (รับ Voucher จาก KTC 2 ใบ)

6.               Ngong Ping– ซื้อเพิ่มจาก wow-hk (2x650)+420 = 1,720 --- บัตรนี้พอเดินทางจริงไม่ได้ใช้ค่ะ เพราะเปลี่ยนแผนการเดินทางค่ะ

7.               Disneyland – ซื้อบัตรจริงจาก wow-hk (2x2,240)+1,600 = 6,080

8.               แลกเงินสดไป 3,200 HKD (เรทตอนแลก 4.64 ค่ะเป็นค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าช็อป ค่ะ

ค่าใช้จ่ายขั้นต้นตอนนี้ 36,698 บาท .... เดี๋ยวมาดูกันอีกทีนะคะว่าจะเหลือเงินเท่าไหร่


*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-02-01 15:31:30
คำตอบ :
kikirin
Comment : 1
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 20:18:07 "QUOTE"
แผนการเดินทาง

ตารางข้างล่างนี้เป็นแผนการเดินทางค่ะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบมาก สุดท้ายได้ตัดนองปิงออกเนื่องจากกลัวไม่ทัน หากต้องรอกระเช้านานค่ะ ทั้ง ๆ ที่ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้านองปิงมาแล้ว 

ตารางนี้ปรับปรุงมาจากตารางโปรแกรมเที่ยวฮ่องกง 3วัน 2คืน ... โดย HongKongPackage.net ที่ได้ลงไว้ค่ะ  .... เอามาหารายละเอียดเพิ่มเติม และปรับเข้ากับแผนการเดินทางของเรานะคะ หาค่าเดินทางคร่าว ๆ เพื่อที่จะได้ประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ การท่องเที่ยวครั้งนี้เน้นเดินทางผ่าน MTR นะคะ เพื่อความสะดวกค่ะ


*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-28 20:18:07
kikirin
Comment : 2
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 20:20:30 "QUOTE"


สวัสดีครับ ผมชื่อธีมะครับ อายุ 5 ขวบ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวฮ่องกงครับ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของผมเลย





ผมเดินทางจากเชียงใหม่เช้าวันเสาร์ถึงกรุงเทพฯประมาณเที่ยงครับ ตอนอยู่บนเครื่องแม่เตรียมกระดาษและกระดานมาให้ผมวาดรูปเล่นครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ผมงอแงเวลาอยู่บนเครื่องครับ




 

ตอนบ่ายผมไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เด็กครับ สนุกมาก ๆ เลยครับ พิพิธภัณฑ์เด็กปิด 5โมงเย็น ผมก็รีบกลับมาทานข้าวและเข้านอนครับ





เช้าวันอาทิตย์ แม่แอบอุ้มผมมาจากที่นอนตอนไหนไม่รู้ครับ  มารู้สึกตัวอีกทีอยู่สนามบินแล้ว แม่บอกว่าเราเช็คอินมาล่วงหน้าแล้วแต่ต้องมาโหลดกระเป๋าอีกที ณ จุดนี้ พี่ ๆ ให้บัตรขาเข้าและขาออกของ Thai Immegration มาครับ เราก็ไปยืนกรอกหน้าตม.เลย จะมีโต๊ะให้เขียนและตัวอย่างด้วย ขั้นตอนการผ่านตม.ขาออกจากประเทศไม่ยากเลยครับ มีพี่ ๆ เจ้าหน้าที่คอยแนะนำตลอดทาง ตม.จะดึงใบขาออกไว้นะครับ แล้วก็จะสแตมป์ตราลงในใบขาเข้าของเรา ให้เก็บเอาไว้ครับ เอาไว้ตอนขากลับเข้าประเทศ ... สำหรับเครื่องบิน เนื่องจากแม่เช็คอินเลือกที่นั่งมาล่วงหน้าครับ ที่นั่งเป็นแบบ 2 - 4 - 2 ผมก็เลยนั่งกับแม่ แยกพ่อไปนั่งอีกฝั่งมีทางเดินคั่นครับ เพราะผมชอบดูวิวนอกหน้าต่างครับ แม่บอกบินขึ้นเหนือฝั่งเช้าต้องนั่งด้านซ้ายมือ แดดไม่ส่องครับ เครื่องบินนั่งสบายเลยครับ ผมหลับตลอดทาง โดนแม่ปลุกมาทานข้าวเช้าเลย อาหารที่แจกในเครื่องอร่อยครับ ตอนแรกแม่สั่งออมเล็ตและไส้กรอกมาให้ผม แต่ผมแอบเปลี่ยนกะผัดม่าม่าแม่ (Noodle Seafood) ผมจัดการเกลี้ยงเลย บนเครื่องนี้จะมีพี่ ๆ สวย ๆ มาแจกบัตร Arrival Card ของฮ่องกงครับ ให้เรากรอกไว้บนเครื่องเลยจะได้ไม่เสียเวลาครับ

 


พอมาถึงฮ่องกง เราเดินผ่านตม.ก็ยื่นพาสปอร์ตพร้อมกันแม่ลูกเลยครับ ตม.มองหน้าผม แล้วพูดอืมอัม ๆ อะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ดึงใบ Arrival Card ออกไป 1 ใบ เหลือตัวสำเนาไว้ในพาสปอร์ตครับ แล้วเค้าก็คืนพาสปอร์ตให้ แม่ผมเค้าเตรียม Voucher โรงแรม แผนการท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ ตั๋วเครื่องบินขาไป-ขากลับทุกเที่ยว แต่ไม่เห็นตม.เค้าขอดู หรือคุยอะไรด้วยเลยครับ ... ถ้าคุยจริงนี่มีเครียดกันแน่ครับ 555

พอออกมาถึงข้างนอกแม่พามาเอาซิมโทรศัพท์ฟรีครับ แม่บอกจะได้เล่นเนตได้ตอนอยู่ฮ่องกงครับ


สามารถอ่านรีวิววิธีเดินทางจากประเทศไทยเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์ด้านล่างเลยครับ และเรื่องการรับซิมเนตฟรีนะครับ

รีวิวการเดินทางจากเมืองไทยไปฮ่องกง à http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=6736.0

วิธีรับซิมการ์ดมาเล่นเน็ตฟรีโทรฟรีที่ฮ่องกง à http://pantip.com/topic/34000754

*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-02-22 21:11:28
kikirin
Comment : 3
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 20:22:06 "QUOTE"

ต่อจากนั้นพวกเราไปขึ้น Airport Express ไปลงสถานีเกาลูนกันครับ แม่บอกเรามี Voucher แล้วให้เข้าไปนั่งได้เลย แล้วค่อยแลกตั๋วตอนขาออกจากสถานีครับ ถ้าไม่นั่ง AE ไป ก็สามารถขึ้นรถเมล์สาย A21 ลงป้ายที่ 11 หน้าโรงแรม Prudential แล้วเดินเข้าถนน Hillwood Road ใช้เวลาเดินไม่เกิน นาทีก็ถึงโรงแรมครับ

 


แต่เราเลือกเดินทางโดย AE กัน เมื่อเรามาถึงปลายทางสถานีเกาลูน เราก็ต้องไปต่อรถบัสไปโรงแรมครับ แม่พาผมไปขึ้นรถสาย K4 ไปลงหน้าโรงแรม

การเดินทางของรถสาย K4 
        ป้ายที่ จอดที่ Sheraton Hong Kong Hotel & Tower East Tsim sha Tsui
        ป้ายที่ จอดที่  Park Hotel 
        ป้ายที่ จอดที่  The Luxe Manor
        ป้ายที่ จอดที่  Empire Hotel Kowloon****

ป้ายที่ จอดที่  BP Hotel

ากที่ป้าย Empire Hotel Kowloon เราก็หันหลังตึก Empire Hotel Kowloon แล้วเดินตามทางเท้าตรงไปเรื่อย ๆ ไม่ข้ามถนนในที่สุดก็ถึงโรงแรมครับ แต่อากาศตอนนั้นมันสุด ๆ ไปเลย ทั้งหนาวและมีลมครับ

 


เราเช็คอินที่โรงแรมกันประมาณเที่ยงวัน แต่ทางโรงแรมยังให้เราขึ้นห้องพักไม่ได้ จึงให้เราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ลานชั้น 2 ครับ (ฟรี) เจ้าหน้าที่จะถามว่าเราเช็คอิน หรือเช็คเอาท์แล้วขอพาสปอร์ตไปกรอกเอกสาร เอาบัตรรับฝากให้เราถือไว้ และให้เอามาคืนตอนรับกระเป๋าครับ (รูปซ้ายทางเข้าจากถนน Austin ที่เราเดินมาจากตึก Empire รูปขวามือเป็นลานที่ฝากกระเป๋าและสามารถเดินออกถนน Holliwood ได้ครับ - ยืมรูปมาจาก agoda นะครับ)



*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-29 21:50:08
kikirin
Comment : 4
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 20:52:31 "QUOTE"

ต่อจากนั้นพวกเราก็เดินไปขึ้น MTR  ที่สถานี Jordan ครับ ตลอดทางมีฝนตกปรอย ๆ และอากาศหนาวมากเลยครับ อุณหภูมิตอนนั้น 3.5 องศา (ปะป๊าเค้าเช็ค) ตามแผนเราต้องเดินทางไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมและไป The peak ครับ แต่แม่บอกสภาพอากาศแบบนี้คงไปกันไม่ไหว เราเลยเปลี่ยนไปวัดหวังต้าเซียนกันครับ

เราไปถึงสถานี Jordan แล้วแม่ก็ไปซื้อตั๋ว Octopus Card ครับ บัตร Octopus Card ของผู้ใหญ่ใบละ 150 HKD ซึ่งใช้ได้ 100 HKD เงินมัดจำอีก 50 HKD บัตรเด็กของผม 70 HKD ใช้ได้ 20 HKD เป็นเงินมัดจำอีก 50 HKD หากคืนบัตรก่อน 3 เดือน โดนหักอีก 9 HKD ครับ แม่ซื้อบัตรผู้ใหญ่ 2 ใบ บัตรเด็ก 1 ใบและเติมเงินเพิ่มอีกใบละ 100 HKD จะได้ไม่ต้องไปคอยเติมหน้าเครื่องเติมครับ

  วิธีการใช้บัตรก็แสนจะง่ายดายครับ  เพียงแต่เอาบัตรไปแตะกับแท่นสีส้ม ๆ และก็จะมีเสียงดังตึ๊ด  เท่านั้นแหละ  เครื่องมันก็ชาร์ตตังของเราออกไปแล้ว บัตรนี้สะดวกตรงที่เราไม่ต้องพกเศษสตางค์เวลาขึ้นรถโดยสารต่าง ๆ  บางทีใช้บัตรนี้ก็จะได้รับส่วนลดด้วย หรือว่าไปซื้อของที่ 7-Eleven หรือร้านอาหารบางร้านได้เลย ไม่ต้องควักเงินสดมาจ่ายครับ

สำหรับตัวผม แม่ให้ผมสะพายกระเป๋าเล็ก ๆ ห้อยคอไว้ 1 ใบครับ ข้างในมีบัตร Octopus ของผม สำเนาพาสปอร์ต และเขียนชื่อโรงแรมไว้ในกระเป๋าครับ



การเดินทางที่นี่โดย MTR ง่ายมากครับ แค่เราจำให้ได้ว่าเราจะไปสถานีปลายทางอะไร ที่เหลืออ่านป้ายโลดครับ ว่าจะออกประตูไหน หรือเปลี่ยนสถานีที่ไหนดี (เช็คค่าเดินทางแต่ละสถานี http://www.mtr.com.hk/en/customer/tickets/index.php)







*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-02-06 09:33:37
kikirin
Comment : 5
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 21:13:18 "QUOTE"

ผมเอาข้อมูลของวัดมาให้อ่านก่อนนะครับ ... รวบรวมมาจากหลาย ๆ เวบครับ

วัดหวังต้าเซียน

นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีเขียว  มาลงที่สถานี Wong Tai Sin Station แล้วออกมาทาง Exit B โผล่ออกมาก็เห็นวัดอยู่ตรงหน้า ระหว่างทางมีร้านธูปขายแต่ไม่ต้องซื้อธูปนะ เพราะด้านในหน้าศาลบริเวณกระถางธูปมีให้บริการฟรี ด้านในจะมีทั้งหมด 3 จุด ที่อนุญาตให้ปักธูป โดยสรุป ในการไหว้ขอพร 1 ครั้ง ใช้ธูปทั้งสิ้น 9 ดอก *** จุดนี้ผมหาธูปฟรีไม่เจอนะครับ

1. เทพเจ้าหวังต้าเซียน

ศาลท่านเทพหวังต้าเซียน ให้พวกเราขอพรด้านสุขภาพ หากท่านใดจะบนบานขอให้ท่านอวยพร หรือช่วยเหลือเรื่องสุขภาพพลานามัยของเราและคนที่เรารัก ก้อสามารถกระทำได้ค่ะ คนจีนนิยมบนบานท่านเทพด้วยหมูกรอบ บางคนบนท่านด้วยหมูหัน เป็นตัวๆก้อมี สังเกตง่ายๆ คนฮ่องกงจะถือของแก้บน เข้ามาในวัด เพื่อแก้บนเป็นจำนวนมาก นั่นก้อแสดงว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์และให้พร จนสิ่งที่ประชาชนบนไว้ ได้สำเร็จลุล่วงนั่นเอง  เมื่อเรากราบไหว้ขอพรท่านเสร็จแล้ว ปักธูปจำนวน 3 ดอก ที่กระถาง
2. เจ้าแม่กวนอิม

กราบไหว้สักการะขอพรองค์เจ้าแม่ เมื่อขอพรจนแล้วเสร็จ ปักธูปจำนวนสามดอกในกระถางธูป จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำแหน่งที่สาม

3. เจ้าที่

จุดนี้จะเป็นจุดสุดท้ายแล้ว ที่เราจะใช้ธูปในการบูชาขอพร ให้พวกเราขอพรจากท่านเจ้าที่ เมื่อแล้วเสร็จปักธูปและเดินทางต่อไปยังจุดที่สี่ได้เลย
4. หยุคโหลว (เทพเจ้าแห่งความรัก)
5. ท่านขงจื้อ

-------------------------------------------

ผมนั่ง MTR มาถึงวัดหวังต้าเซียนได้ไม่ถึง 5 นาที ปรากฎว่าฝนตก และลมหนาวแรงมากครับ พวกเราเลยกลับโรงแรมกัน ผมแอบหลับให้ MTR ด้วยครับ เพราะเพลียมาก เมื่อมาถึงสถานี Jordan เราออกทางออก E เดินไปโรงแรม เราเจอวาฟเฟิลฮ่องกงเจ้าดัง ปะป๊าซื้อให้ผมกิน 1 อัน 20 HKD ครับ



พอกลับมาถึงโรงแรม เราได้ห้องเบอร์ 1702 อยู่หน้าลิฟท์เลยครับ ในโรงแรมเนตแรงดีครับ (ในรีวิว Agoda บอกเนตไม่แรง ตอนเมลล์ไปคอนเฟิร์มโรงแรม แม่ผมเลยรีเควสขอห้องที่เนตแรง ๆ ไปครับ) ผมปล่อยแม่หลับ ส่วนผมก็กินขนมที่หอบมาจากประเทศไทยและดูโดเรมอนใน Youtube ไปครับ อากาศข้างในห้องก็เย็น ๆ ไม่อุ่นเลยครับ แม้ว่าจะปิดแอร์ 

*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-29 23:50:30
kikirin
Comment : 6
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 21:29:28 "QUOTE"
ประมาณ 4 โมงเย็น พวกเราออกไปหาอะไรกินกัน จึงเดินจากโรงแรมอีกรอบครับ อากาศข้างนอกก็คงหนาวอยู่ และมีลมมาเป็นระยะ ๆ พร้อมกับฝนตกเป็นฝอย ๆ ครับ เราเดินไปทางสถานี Tsim Sha Tsui กันครับ แม่บอกอยากเดินดูของข้างทางด้วย ระหว่างทางเป็นร้านค้า สินค้าแบนด์เนมไปเรื่อย ๆ ครับ ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวของเค้าครับ สินค้าที่เอามาโชว์ เอามาลดราคาก็จะเป็นพวกเสื้อผ้ากันหนาวครับ ... แม่เลยเข้าร้านนั้นออกร้านนี้โดยไม่ได้อะไรเลย

และแล้วเราก็มาถึงทางออก  B2 ของสถานี  Tsim Sha Tsui ครับ แม่บอกคุ้น ๆ ว่ามีคนมารีวิวร้านอาหารใกล้ ๆ นี้ เลยเปิดโพยดู เราเลยได้กินที่ร้าน Yoshinoya (อ่านรีวิวได้ที่นี่เลยครับ http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=20.0)

คนเต็มร้านเลยครับ ตอนไปซื้อ แม่ใช้วิธีชี้รูปข้าง ๆ เคาท์เตอร์เอา เพราะอ่านไม่ออกครับ สั่งชุดเดียวกินด้วยกันได้ 2 คนแม่ลูกเลยครับ เวลาจ่ายก็ใช้บัตร Octopus จ่ายครับ ในร้านนี้มีห้องน้ำให้เข้าด้วยครับ ชามนี้เหมือนจะ 22 HKD มีน้ำชามาด้วย 1 แก้วครับ




*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-29 23:52:33
kikirin
Comment : 7
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 21:50:48 "QUOTE"
ออกจากร้านอาหารเราก็เดินไปห้าง Harbour City กันครับ ต่อจากนั้นเราก็เดิน และเดินครับ เพราะหลงในห้างหาทางออกไม่เจอครับ จนในที่สุดก็เจอทางออกจากห้างตอน 1 ทุ่มครับ ณ ตอนนั้นแบตผมเริ่มหมดแล้วครับ ในที่สุดก็ได้มาเจอวิวที่แม่เค้าอยากจะเห็น




แม่บอกเสียดายที่ Star Avenue ปิดปรับปรุงและอยากนั่งเรือข้ามฝั่ง แต่ผมตอนนั้นไม่เสียดายเลยครับ เพราะอยากกลับโรงแรมมากแล้ว ทั้งหนาวทั้งเหนื่อยทั้งง่วงครับ แต่อีกใจก็อยากนั่งเรือข้ามฝั่งตามที่แม่หลอกล่อครับ ในที่สุดผมก็แพ้แม่เลยได้นั่งเรือกัน ค่าเรือเหมือนจะคนละ 3.5 HKD  ใช้บัตร Octopus จ่ายเลยครับ 





มาถึงฝั่ง Central จะมีป้ายบอกตลอดทางให้ไป MTR Central ครับ วิวข้างทางสวยมากครับ เรานั่ง MTR จากสถานี Central มาสถานี Jordan เพื่อเดินกลับโรงแรมกันครับ ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมมี 7-11 เราก็แวะซื้อของเข้าไปเติมเสบียงและซื้อราเม็งไส้กรอกไปกินมื้อดึกครับ ตอนจ่ายก็ใช้บัตร Octopus จ่ายเช่นเคยครับ


*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-28 22:23:42
kikirin
Comment : 8
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-28 23:12:16 "QUOTE"

วันที่ 2

วันนี้เราตื่นสายไป 1 ชั่วโมงครับ เพราะความเพลียจากการเดินทางเมื่อวานและอากาศที่หนาวเย็นในเช้านี้ ( 3 องศา) ทำให้จากที่จะไปทานติ่มซำร้าน Tao Heung ที่ Tsim Sha Tsui เลยเปลี่ยนไปกินที่ Majesty Chinese Restaurant ตรง Jordan ทางออก E ครับ เนื่องด้วยไม่รู้ว่าทางออก E อยู่ตรงไหน เราจึงลงไป MTR ทางออก D แล้วก็ย้อนขึ้นมาทางออก E อีกรอบ ทางออก E จะเป็นห้างชื่ออะไรไม่รู้ครับ ตอนนั้นห้างปิด เราเดินขึ้นบันไดเลื่อน(ไม่เปิด)ขึ้นมา 3 ชั้น แล้วเดินออกนอกตึก มองหันหน้าเข้าหาห้างนะครับ ด้านบนจะเจอร้าน แล้วเราก็หันซ้ายจะมีป้ายชี้ทางขึ้นครับ กดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 3 เลย มื้อนี้ 178 HKD ครับ






จากนั้นเราจะเดินทางไป Disneyland ครับ จากสถานี Jordan ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Lai King และเปลี่ยนสายอีกครั้งที่สถานี Sunny Bay ครับ จุดหมายปลายทางคือสถานี Disneyland Resort ครับ ตอนนั้น 10.30 น. คนแบบว่ามหาศาลมาก เราไม่มีจุดให้ถ่ายรูปเล่นในขบวนรถไฟเลยครับ พอมาถึงที่ดีสนีย์แลนด์ก็จะมีจุดตรวจกระเป๋าป้องกันเราพกของเข้าไปทานครับ  แต่ผมพกยูโร่ 1 ซอง โอรีโอ้ 1 ซอง นม 1 กล่อง และขวดน้ำเปล่า 1 ใบ (น้ำกินหมดที่ร้านติ่มซำแล้วครับ) เจ้าหน้าที่ไม่ว่าอะไรครับ จากนั้นก็เข้าไปตรวจตั๋วครับ เพราะพวกผมซื้อตั๋วมาจากประเทศไทยเลยไม่ต้องไปยืนซื้อหน้าดีสนีย์ครับ(แถวซื้อตั๋วยาวใช่เล่น) 


click picture for full size


โซนแรกที่ผมเข้าเจอจะเป็น      Main Street ครับ ในศาลาด้านหน้าจะมีมิคกี้เมาส์และมินนี่ยืนให้ถ่ายรูปอยู่ครับ แต่แถวยาว ผมเลยผ่านเลย อากาศตอนนั้นแม้จะมีแดด แต่อากาศก็หนาวครับ รวมทั้งมีลมมาเป็นระยะ ๆ 

โซนถัดไปที่ผมเข้าจะเป็นโซน ADVENTURE LAND ครับ เพราะแม่บอกอยากไป Jungle River Cruise ซึ่งเป็นการล่องเรือชมบรรยากาศต่าง ๆ แบบซาฟารี  โดยจะมีคนขับพาเราไปและบรรยายจุดต่าง ๆ แต่ตอนเราไปถึง ณ จุดนี้ยังไม่เปิดครับ เราเลยไปบ้านทาร์ซานแทนครับ



TARZAN’S TREEHOUSE ตรงจุดนี้ไม่ค่อยมีอะไรครับ เรารอแพเพื่อข้ามฟากไปอีกฝั่งครึ่งชั่วโมง (ณ จุดนี้ แม่เสียโอรีโอ้ไปกะผม 1 ซอง) พอข้ามไปเสร็จก็จะเป็นการชมบ้านบนต้นไม้(จำลอง) ตัวลำต้นนี่เค้าทำได้เหมือนจริงมากครับ มาดูหลอกตาก็ตรงใบ แต่ถ้าดูไกล ๆ นี่เหมือนเลยครับ กลับจากฝั่งบ้านทาร์ซานเราก็ไปรอดูการแสดง Festival of The Lion King ครับ ผมนี่ตื่นเต้นมาก สิงโตพูดได้ด้วย มีช้าง มียีราฟ มีหมู  ฯลฯ การแสดงมีประมาณครึ่งชั่วโมงครับ




click picture for full size




*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-02-03 21:16:36
kikirin
Comment : 9
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-29 00:22:21 "QUOTE"

โซนต่อไปที่ผมไปคือ ทอยสตอรี่แลนด์ เราไปเข้าห้องน้ำ และเติมน้ำในขวดกันครับ จุดเติมน้ำอยู่หน้าห้องน้ำเลย (ไม่ใช่ในห้องน้ำนะครับ) แต่น้ำรสชาติแบบว่าครอลีนมาก ๆ ครับ

เราไปเล่น Slinky Dog Spin กันครับ ณ จุดนี้รอกันไป 45 นาทีครับ จุดนี้แม่เสียยูโร่ไปให้ผมอีกชิ้นครับ พอใกล้ถึงคิว จะมีเจ้าหน้าที่มาถามว่าเล่นกันกี่คน แล้วก็แจกรูปกระดูกสุนัขให้ 1 อัน พอถึงคิวก็เข้าไปนั่งในล็อค แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะมาเก็บกระดูกคืนครับ เวลาเล่นเจ้าหมาก็จะหมุนไปหมุนมา ขึ้น ๆ ลง ๆ นิดหน่อย พอให้ตื่นเต้นและหวาดเสียวนิดหน่อยครับ





ต่อไปเราไปเล่น Toy Soldier Parachute Drop กันครับ รอไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนี้ขนมในกระเป๋าหมดแล้วครับ แต่ผมโดนหลอกล่อไว้ได้โดยวิตามินซีครับ ตรงจุดนี้จะมีให้ต่อคิวเล่นเดี่ยวด้วยครับ คือแต่ละล็อคจะนั่งได้ 3 ถ้าครอบครัวไหนที่ถึงคิวมี 2 เค้าก็จะเรียกคนที่มาเดี่ยวมานั่งเติมให้เต็มครับ ตอนเล่นก็จะดึงขึ้นแล้วก็ทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้า เหมือนทหารฝึกกระโดดร่ม ประมาณนั้นครับ ... ตื่นเต้นดีครับ จากที่ผมง่วง ๆ นี่ตื่นเลย




พอเล่นเสร็จบ่าย 2 กว่า ขนมก็หมด ผมก็เริ่มหิวเลยพากันไปกินข้าวครับที่โซน Fantasy Land ผมทานราเม็งกะกุ้งเทปุระครับ เซตละ 119 HKD (ทาน 2 คนกับแม่เช่นเคยครับ) ตอนนั้นทุกคนออกไปดูขบานพาเหรดกันแต่ผมไม่อยากดูเลยไปขี่ม้าหมุนกับแม่ครับ จุดนี้รอคิวแค่ 10 นาทีครับ  

แล้วเราก็ไปโซน TOMORROW LAND ครับ ไปเล่น Buzz Light year Astro Blasters ต่อแถวประมาณ 15 นาที ครับ เป็นรถคันเล็ก ๆ วิ่งตามราง แล้วให้เรายิงเลเซอร์ไปที่เป้าที่อยู่บนมนุษย์ต่างดาว ... ตรงจุดนี้ผมมันส์มากครับ เล่นไป 3 รอบ ถ้าปะป๊าไม่ห้าม ผมก็ว่าจะต่อรอบที่ 4 ละ


แล้วผมก็ไปเล่น Orbiton กับแม่ครับ รอคิวประมาณ 20 นาที เครื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับหมุน ๆ แล้วก็โยกขึ้นโยกลง


และแล้วก็ 6 โมง ได้เวลากลับแล้วครับ ปะป๊าบอกกลับดึกกลัวจะหนาวมากกว่านี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอา พวกเราเลยออกมากันและแวะถ่ายรูปด้านหน้าครับ เนื่องด้วยช่วงเช้าที่เข้ามาคนเยอะจนไม่สามาถถ่ายรูปได้ครับ



click picture for full size


หมายเหตุ ... ภาพบางส่วนจาก https://www.hongkongdisneyland.com/th/ ครับ เพื่อให้เห็นภาพรวมของเครื่องเล่นครับ 

*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-02-03 21:22:41
kikirin
Comment : 10
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-29 00:23:49 "QUOTE"

วันที่3

ตอนเช้าวันนี้เราตื่น 6โมงเช้าอาบนํ้าและแพ็คของ ออกโรงแรมมา7โมงครึ่ง มาหาข้าวเช้าทาน แม่อ่านรีวิวว่ามีร้านโจ๊กหน้าโรงแรม BP hotel แต่เราหาไม่เจอครับ เลยตัดสินใจทานร้านแถว ๆ นั้นแทน

 

พอทานอาหารเสร็จ เราก็คุยกันว่าจะไปวัดนางชีกัน และกลับไปแก้มือที่วัดหวังต้าเซียนกันอีกรอบครับ พอเราเข้ามาถึงด้านในสถานี แม่เพิ่งรู้ตัวว่าลืมโพยไว้ที่ร้านโจ๊กครับ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เราจะเดินทางกันโดยไม่มีโพยครับ แม่จำได้ว่าวัดนางชีต้องลงที่สถานี Diamond Hill ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนสาย MTR ได้ที่สถานี Mong Kok หรือ Yau Ma Tei ผมเลือกที่จะเปลี่ยนสายที่สถานี Yau Ma Tei ครับ เพราะคนไม่เยอะและไม่วุ่นวายครั

เมื่อมาถึงสถานี เราใช้อ่านตามป้ายเอาว่าจะออกทางไหนนะครับ ตรงทางออกมีห้องน้ำด้วย ผมแวะเข้าห้องน้ำก่อนเลย เดี๋ยวไปปวดระหว่างทางจะแย่ เสร็จแล้วเราก็เดินตามป้ายไปทาง Chi Lin Nunnery เดินเข้าสวนไปก่อนเลยครับ แล้วจะมีทางเดินไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางวิวสวยดีครับ สงบ ร่มรื่น ไม่ค่อยมีคน และแล้วเราก็เจออาคารจีนสีทองครับ ตรงกันข้ามจะมีสะพานสามารถข้ามไปยังฝั่งวัดนางชีได้ครับ

(อ่านรีวิววัดนางชีและสวน  .... เพิ่มเติม ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ พี่เค้ารีวิวไว้ละเอียดมาก  http://www.hongkongpackage.net/board/index.php?topic=572.0 )




บรรยากาศวัดนางชีก็ สงบ เงียบ ผู้คนไม่พลุกพล่านครับ วิวสวย มองเห็นตึกสูง ๆ มากมาย ด้านในเค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะครับ แต่ก็จะมีพระพุทธรูปแบบอินเดียและจีนประดิษฐานอยู่ครับ





  ขากลับเรานั่งรถ MTR จากสถานี.... มาลงสถานี เพื่อไปวัดหวังต้าเซียนอีกครั้งครับ เพราะเมื่อวันก่อนฝนไล่ผมครับ แม่บอกอยากพาผมมาไหว้ขงจื้อครับ (วันนี้เราก็หาธูปฟรีไม่เจอนะครับ พวกผมใช้วิธีไหว้มือเปล่ากันครับ หรือใครจะพกธูปจากเมืองไทยมาไหว้ก็คงประหยัดดี กำ บาท 10 บาทเอง ... ที่นี่ขั้นต่ำ 20 เหรียญครับ-อ่านรายละเอียดการไหว้ด้านบนเลยครับ ส่วนผมไหว้ทุกจุดที่มีคนยืนครับ เพราะผมดูไม่ออกว่าอะไรเป็นรูปปั้นอะไรครับ)



กลับจากวัดหวังต้าเซียนเราก็กลับโรงแรมครับตอนประมาณ 11 โมง มารีเช็คแล้วจัดเก็บกระเป๋าที่เหลือครับ ..... แต่แล้วก็งานเข้าเพราะแม่ผมเอาบัตร AE ไปเก็บไว้ไหนไม่รู้ครับ เนื่องด้วยแม่กลัวหายและจะได้ใช้อีกทีก็ตอนกลับนู่น ก็เลยเอาของทุกคนไปเก็บครับ แต่ดันลืมว่าเก็บไว้ไหน พ่อกับแม่เลยต้องรื้อกระเป๋าอีกรอบ ส่วนผมนั่งเล่นไอแพดรอครับ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงปรากฎว่าเจอบัตรในกระเป๋าเป้ตรงซอกที่รื้อค้นมาแล้วอย่างต่ำ 3 รอบ ....???

  ประมาณเที่ยงนิด ๆ เราเลยได้ขนกระเป๋าลงมาเช็คเอาท์ครับ  แล้วก็ลากกระเป๋าไปรอรถบัสฟรีของ AE ตรงจุดที่เราลงรถวันแรกครับ แม่บอกรถจะวนมาทุก 15 นาที ....และแล้วรถคันแรกก็มาครับ มีคนลง 2 คน คุณลุงที่มารอรถก่อนเราเลยได้ขึ้น ส่วนเราก็รอต่อไป .... อีกสักแป๊บก็มีมาอีกคันครับ ซึ่งก็เต็มอีก ก็ต้องรอต่อไป สรุปกว่าเราจะได้ขึ้นรถก็เกือบบ่ายโมงแล้วล่ะครับ

 

พอถึง AE เราก็ไปทำ In town check in กันครับ ใช้บัตร AE ตื๊ดเข้าไปเลยครับ หาเคาท์เตอร์ Cathey แล้วเข้าไปเลย เราจะไปเปลี่ยนเครื่องกลับเชียงใหม่ที่สุวรรณภูมิ แต่ไม่รับกระเป๋าที่สุวรรณภูมิแล้วครับ จะฝากกระเป๋าไปที่เชียงใหม่เลย ป๊ากะแม่อธิบายเจ้าหน้าที่สักพัก เจ้าหน้าที่ถามไฟร์ทการบินไทยแล้วก็หยิบแท็กกระเป๋าให้พร้อมบอกให้เอาไปยื่นกับเจ้าหน้าที่การบินไทยตอนเช็คอิน เป็นอันเสร็จเรื่องเช็คอินครับ

  เสร็จแล้วเราก็ขึ้นลิฟท์ไปอีกชั้นเพื่อนั่งรถไฟ AE ไปสนามบินครับ ใช้ระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงสนามบินครับ แม่คุยกะป๊าว่าคงนั่งรถไปห้าง Citygate ไม่ทันแล้วกลัวตกเครื่องครับเพราะตอนนั้นก็เกือบบ่าย 2 แล้ว พวกเราเลยคืนบัตร Octopus กันที่เคาท์เตอร์ Information ของ AE เลยครับ คืนบัตรผู้ใหญ่ 1 ใบ บัตรเด็กอีก 1 ใบ (บัตรผู้ใหญ่อีก 1 ใบแม่เก็บเอาไว้ให้พี่สาวแม่ครับ ป้าผมจะมาฮ่องกงเดือนพฤษภา จะได้ไม่ต้องมาวางมัดจำบัตรใหม่ และพอคืนก็จะได้ไม่โดนหักอีก 9 HKD เพราะเกิน 3 เดือนแล้วครับ) เราได้เงินคืนมาอีก 192.9 HKD ครับ บัตร Octopus ที่เหลือ อีกประมาณ 38 HKD ครับ

  ต่อจากนั้นเราก็ไปหาอะไรทานกันที่ MC Cafe ในสนามบินครับ เทระเป๋าจ่ายที่เป็นเหรียญกับแบงค์ย่อยทั้งหมดครับ อยากให้เหลือแต่แบงค์ 100 HKD ครับ ส่วนที่ขาดเราให้ไปหักใน Octopus Card ครับ เบ็ดเสร็จบัตรที่เหลือจะเหลือเงินประมาณ 20 HKD + เงินมัดจำอีก 50 HKD 

                เมื่อทานเสร็จเราก็ไปผ่านตม.กันครับ ... ผมกับแม่ยื่นพาสปอร์ตพร้อมกันเช่นเคยครับ ตรงนี้ต้องยื่นพร้อมสำเนาใบ Hong Kong Arrival Card ครับ (ตอนขาเข้ามา ตม. เค้าดึงใบหน้าออกไว้ 1 ใบ เกลือใบก็อบปี้ไว้ที่เราน่ะครับ ซึ่งเราต้องเอามาคืนให้เค้าตอนออกประเทศ)


*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-29 21:12:53
kikirin
Comment : 11
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-29 21:45:02 "QUOTE"

เครื่องบินคาเธ่เที่ยวขากลับประเทศไทยรอบนี้ดีเลย์ประมาณ 1 ชั่วโมงครับ แต่ไม่เป็นปัญหาครับ ผมรอได้ ตราบใดที่มีเนตในผมได้ดูโดเรมอนครับ


 

เรามาถึงประเทศไทย 1 ทุ่มครับ แล้วเดินไปตรงเคาท์เตอร์เช็คอินสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องในประเทศอีกกิโลกว่า .... ไกลมากครับ ในที่สุดมาถึงเคาท์เตอร์การบินไทย และเอาแท็กกระเป๋าที่ได้รับจากสายการบินคาเธ่ตอนทำ In town Check In มาให้พี่พนักงาน แล้วพี่พนักงานก็ให้เราไปรออยู่หน้า Gate B9 ครับ ต่อจากนั้นเราก็ไปผ่านตม.ขาเข้าประเทศครับ ยื่นพาสปอร์ตพร้อมทั้งบัตรขาเข้าประเทศนะครับ (บัตรที่ได้ตอนไป Drop Bag ที่เคาท์เตอร์ของค่าเธ่นะครับ มันจะมี 2 ส่วน ส่วนแรกบัตรขาออก-ตอนเราออกนอกประเทศ ตม.เค้าก็จะฉีกไว้ เหลือแต่บัตรขาเข้าไว้ให้เราแสดงตอนขากลับมาจากต่างประเทศครับ) และปรากฎว่าบัตรขาเข้าของปะป๊าหายครับ แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะสามารถกรอกใหม่ได้ครับ ......

 

ในที่สุดเราก็มาถึงเชียงใหม่ครับ ผมนี่นั่งจ้องสายพานเลย ผมกลัวกระเป๋าหายครับ 555 แต่กลายเป็นว่าผมรอผิดสายพานครับ พอได้กระเป๋าผมนี่รีบกลับบ้านเลย เพราะแบตผมจะหมดอยู่แล้วครับ .... ลาก่อนครับทุกคน ถ้าโอกาสหน้ามี ผมจะมาส่งรีวิวใหม่นะครับ




*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-30 00:05:40
kikirin
Comment : 12
Post :17
Start :2016-01-27 21:40:56
เขียนเมื่อ : 2016-01-29 22:12:21 "QUOTE"
สรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้นะคะ

ค่าใช้จ่ายจากประเทศไทย 21,850 บาท
  1. ค่าตั๋วเชียงใหม่-กทม  3,075 บาท
  2. ค่าตั๋วกทม-เชียงใหม่ 3,795 บาท
  3. ค่าตั๋วไปกลับกรุงเทพ-ฮ่องกง 6,620 บาท
  4. ค่าตั๋ว AE 560 บาท
  5. ค่าตั๋ว Ngong Ping 1,720 บาท (ขอรวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยเลยนะคะ แม้จะไม่ได้ใช้)
  6. ค่าตั๋ว Disneyland 6,080 บาท 
ค่าใช้จ่ายที่ฮ่องกง
แลกไป 3,200 HKD x 4.64 = 14,848 บาท 
เหลือกลับมา 1,800 HKD x 4.60 = 8,280 บาท
เงินใน Octopus 70 HKD x 4.60 = 322 บาท
รวมใช้เงินไป 6,246 บาท

สรุปทริปนี้เรา 3 คนหมดเงินไปทั้งหมด 21,850 + 6,246 = 28,096 บาท เฉลี่ยแล้วตกคนละ 9,400 บาทค่ะ ทั้งหมดนี้รวมค่าอาหารในฮ่องกง ค่าเดินทางในฮ่องกง และค่าของฝาก ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ 


-------------
ช่วงเก็บตกรายละเอียดค่ะ
  • น้ำเปล่าในฮ่องกงราคาแพงกว่าน้ำหวาน และเบียร์ค่ะ ... ซื้อเบียร์มาฝากลูกน้องที่บ้านกระป๋องยาว กป.ละ 4 HKD ค่ะ (ไม่ถึง 20 บาท)
  • ร้าน 7-11 มีทั่วทุกหัวระแหงในฮ่องกง แม้ในรถไฟฟ้าใต้ดินก็ตามค่ะ
  • สินค้าในร้าน 7-11 มีราคาแพงกว่าร้านท้องถิ่นเยอะค่ะ
  • ขนมในฮ่องกง มีเหมือน ๆ ในประเทศไทยค่ะ ... ทั้งป็อกกี้ ทั้งโครอน ทั้งสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ฯลฯ เพื่อความประหยัดควรพกไปจากประเทศไทยค่ะ เพราะอย่างป็อกกี้ในไทย 15 บาท ที่ฮ่องกงตกประมาณกล่องละ 60 บาท ขนมบางอย่างกล่องมีตัวหนังสือไทยติดอยู่ด้วยซ้ำค่ะ
  • ด้านหน้าดิสนีย์แลนด์ ถ้าไปสายคนเยอะ ค่อยออกมาถ่ายอีกครั้งก็ได้ค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่ปั๊มตราที่มือให้ว่าเราจะกลับเข้ามาอีกครั้งค่ะ จะได้ไม่ต้องไปยืนแย่งทำเลการถ่ายรูปกันให้เสียอารมณ์ค่ะ
  • จดเครื่องเล่นที่เราอยากเล่นเข้าไปเลยค่ะ ไม่ต้องเข้าไปเลือกข้างใน เพราะไหนจะเดิน ไหนจะต่อแถว เสียเวลามากค่ะ
*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2016-01-29 23:54:40
Start new topicสะพายกล้องท่องเที่ยว      ヽ(*・ω・)ノ แนะนำ !> KTC World Travel Review : Happy Family Trip With KTC Campaign In Hongkong
 ^ TOP
} }else{ return ""; } } ?>